ตอนนี้ผมขอเจาะลึกพลังของราหู และหน้าที่ของพระราหูขาว และพระราหูดำ
เพราะยังไม่เคยมีใครที่มีความรู้ที่ลึกซึ้งเช่นผมมาก่อน
พระราหูขาวท่านอุตส่าห์มาพบมาพูดคุยและมาช่วยผม ทำให้ผมพ้นเคราะห์จากปีชง (ผมเกิดปีกุน
2502 ชง(ปะทะ)กับพระราหูดำ) ก็เลยต้องตอบแทนท่านบ้าง
โดยเปิดเผยเรื่องราวแท้จริงของพระราหูให้โลกรับรู้
ผมจะเริ่มต้นจากคำสอนของพระโคตมะพุทธเจ้าของเรา ที่ยอมรับว่า ราหูดำ เทพอสูรในศาสนาฮินดูมีจริง และพระพุทธองค์ได้เล่าเพิ่มเรื่องราหูดำ “อสุรินทราหู” ไว้อีกหลายเรื่อง
ตำนานพระโพธิสัตว์ราหูเทพอสุรินทร์
ในพระไตรปิฎก พระสมณโคดมพุทธเจ้าพยากรณ์ว่า ในบรรดาเทพนพเคราะห์ทั้ง 9 องค์นั้น มีเพียงพระราหูพระองค์เดียวเท่านั้น ที่เป็นพระโพธิสัตว์ และได้รับการพยากรณ์แล้วจากพระองค์ว่า พระราหูจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้านามว่า “พระนารทพุทธเจ้า” นับเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ห้าถัดจากพระศรีอารยเมตไตรพุทธเจ้า แม้แต่เทพพระอาทิตย์และเทพพระจันทร์ ผู้มีบุญญาธิการอันสูงส่ง ก็มิได้เป็นพระบรมโพธิสัตว์ เช่น พระราหู
ในตำนานนี้ ระบุเหมือนกับตำนานพระราหูในศาสนาพราหมณ์ว่า บรรดาสิ่งเลวร้ายในชีวิตมนุษย์นั้นไซร้ ย่อมเกิดจากผลกรรมเก่าและใหม่ที่ตนก่อไว้ เมื่อถึงเวลา กรรมนั้นย่อมให้ผลไปตามกลไกของมัน พระราหูเทพอสุรินทร์เป็นแค่เพียงเทพเจ้าผู้เป็นพยานแห่งการกระทำกรรมของมนุษย์ พวกท่านหาได้ให้ร้ายใคร มีแต่ช่วยให้โชคร้ายกลายเป็นดี หรือบรรเทาเคราะห์กรรมให้กับผู้ที่เคารพบูชาท่าน
ในลัทธิเต๋า กล่าวเพิ่มว่า ราหูดำได้บรรลุธรรมเป็นนิตยโพธิสัตว์เรียบร้อยแล้วในชาติสุดท้ายที่เกิดเป็นคนจีน ชาวจีนเรียกท่านว่า “ไฉซิ้งเอี้ย(บุ๋น)” พระราหูขาว “ไฉซิ้งเอี้ย(บุ๋น)” ยอมรับในเรื่องนี้กับผม และอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า พลังงานแห่งราหูดำได้ลงมาเวียนว่ายตายเกิดอีกมากมาย แต่ยังไม่บรรลุธรรมเหมือนราหูขาว ราหูดำเหล่านั้นก็คือ บรรดาไท้ส่วยเอี๊ย (ผู้คุ้มครองดวงชะตามนุษย์) ซึ่งไท้ส่วยเอี๊ยมี 60 องค์ คือ ผู้คุ้มครองดวงชะตามนุษย์มี 60 องค์ ไท้ส่วยเอี๊ยทั้ง 60 องค์ จะคอยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่คุ้มครองดวงชะตามนุษย์ในแต่ละราศี
ตัวราหูขาว “ไฉซิ้งเอี้ย” จะทำหน้าที่เป็นเทพเจ้าของจีนที่ให้คุณทางด้านเงินทอง โชคลาภ (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) และความสำเร็จ ในขณะที่ ราหูดำ 60 องค์ จะทำหน้าที่คุ้มครองดวงชะตามนุษย์ ไม่ให้ต้องรับวิบากกรรมในปีชง(ปีที่ปะทะโดยตรงกับเทพเจ้า) ในปีชงนั้น...วิบากกรรมเก่าของคนๆนั้นในปีนั้น จะต้องรับวิบากกรรมเก่าอย่างรุนแรง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ราหูดำ (ไท้ส่วยเอี๊ยซึ่งมี 60 องค์) จะคอยคุ้มครองดวงชะตาผู้ที่นับถือบูชาท่าน ไท้ส่วยเอี้ยจะปัดเป่าเคราะห์ร้ายนั้นออกไปให้หมด หรือไม่ก็บรรเทาผลร้ายให้น้อยลง
พูดง่ายๆ พระราหูเทพอสุรินทร์เป็นเทพเจ้าผู้เป็นพยานแห่งการกระทำกรรมของมนุษย์ ท่านหาได้ทำร้ายใคร หรือทำให้เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น พระราหูดำต่างหากเป็นผู้ช่วยคนที่เคารพบูชาท่าน ให้พ้นผ่านเหตุการณ์ร้ายจากวิบากกรรมของเขา ไปได้ด้วยดี
สรุปเรื่องพระราหูใน 2 ตอนที่ผ่านมา
1. ไฉซิ้งเอี้ย หรือ “พระราหูขาว” ท่านเป็นพลังงานแห่งโชคลาภ และ ด้านการเงินทองของมนุษย์ ไฉซิ้งเอี้ยเป็น พระโพธิสัตว์อรหันต์ ตอนนี้ประจำอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต ไฉซิ้งเอี้ยจะมาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 หลังจากพระศรีอริยะเมตตรัยพุทธเจ้า นามว่า “พระนารทพุทธเจ้า”
2. ไท้ส่วยเอี๊ยที่เป็นพระราหูดำ ทำหน้าที่คุ้มครองดวงชะตาของมนุษย์ใน 12 ราศี หรือ 12 นักษัตร เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยมีถึง 60 องค์ พระราหูดำ(ไท้ส่วยเอี๊ย) 60 องค์ จิตยังไม่มหาบริสุทธิ์เหมือนราหูขาว(ไฉซิ้งเอี้ย) เพราะพวกท่านยังมีความโลภโกรธหลง และความยึดมั่นถือมั่นอยู่นั่นเอง
3. ส่วน ไฉซิ้งเอี้ย หรือ “พระราหูขาว” ที่เป็นจิตมหาบริสุทธิ์แล้ว มี 2 องค์ คือ ไฉซิ้งเอี้ยบู๊ และ ไฉซิ้งเอี้ยบุ๋น
4. มนุษย์ทุกคนเวียนว่ายตายเกิดทำบาป-บุญมาเป็นอนันต์ ปีที่บาปส่งผลตลอดปี จึงต้องมีไท้ส่วยเอี้ย 1 ใน 60 องค์ มาช่วย ตามระบบ 60 ปี ของปี 12 นักษัตร ซึ่งมีปีที่ไปปะทะหรือไปชงกับเทพเจ้าราหูดำ เรียกว่าละเมิดเทพเจ้าไท้ส่วย ดังนั้น เงินทอง โชคลาภ และชะตาชีวิตอื่นๆของเราในปีนั้น จะบัดซบ ตกต่ำอย่างยิ่ง จึงต้องอาศัยใบบุญหรือความเมตตาของไท้ส่วย(พระราหูดำ) มาคุ้มครองและสลายภัยร้ายในดวงชะตาชีวิตของเรา จึงจะสามารถดูดพลังบุญหรือพลังแห่งโชคลาภและความสำเร็จมาสู่ตนเองได้
ลัทธิเต๋าชี้ชัดว่า ไม่ว่าจะเป็นเทพหรือปีศาจ ล้วนสามารถบันดาลโชคและเคราะห์ หรือสิ่งดีสิ่งชั่ว หรือบันดาลเรื่องดำ/เรื่องขาวให้เราเหล่ามนุษย์ เพื่อหนีให้พ้นกรรม หรือหนีไม่พ้นกรรมนั้นไปได้ชั่วคราว
ผมจะเริ่มต้นจากคำสอนของพระโคตมะพุทธเจ้าของเรา ที่ยอมรับว่า ราหูดำ เทพอสูรในศาสนาฮินดูมีจริง และพระพุทธองค์ได้เล่าเพิ่มเรื่องราหูดำ “อสุรินทราหู” ไว้อีกหลายเรื่อง
ตำนานพระโพธิสัตว์ราหูเทพอสุรินทร์
ในพระไตรปิฎก พระสมณโคดมพุทธเจ้าพยากรณ์ว่า ในบรรดาเทพนพเคราะห์ทั้ง 9 องค์นั้น มีเพียงพระราหูพระองค์เดียวเท่านั้น ที่เป็นพระโพธิสัตว์ และได้รับการพยากรณ์แล้วจากพระองค์ว่า พระราหูจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้านามว่า “พระนารทพุทธเจ้า” นับเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ห้าถัดจากพระศรีอารยเมตไตรพุทธเจ้า แม้แต่เทพพระอาทิตย์และเทพพระจันทร์ ผู้มีบุญญาธิการอันสูงส่ง ก็มิได้เป็นพระบรมโพธิสัตว์ เช่น พระราหู
ในตำนานนี้ ระบุเหมือนกับตำนานพระราหูในศาสนาพราหมณ์ว่า บรรดาสิ่งเลวร้ายในชีวิตมนุษย์นั้นไซร้ ย่อมเกิดจากผลกรรมเก่าและใหม่ที่ตนก่อไว้ เมื่อถึงเวลา กรรมนั้นย่อมให้ผลไปตามกลไกของมัน พระราหูเทพอสุรินทร์เป็นแค่เพียงเทพเจ้าผู้เป็นพยานแห่งการกระทำกรรมของมนุษย์ พวกท่านหาได้ให้ร้ายใคร มีแต่ช่วยให้โชคร้ายกลายเป็นดี หรือบรรเทาเคราะห์กรรมให้กับผู้ที่เคารพบูชาท่าน
ในลัทธิเต๋า กล่าวเพิ่มว่า ราหูดำได้บรรลุธรรมเป็นนิตยโพธิสัตว์เรียบร้อยแล้วในชาติสุดท้ายที่เกิดเป็นคนจีน ชาวจีนเรียกท่านว่า “ไฉซิ้งเอี้ย(บุ๋น)” พระราหูขาว “ไฉซิ้งเอี้ย(บุ๋น)” ยอมรับในเรื่องนี้กับผม และอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า พลังงานแห่งราหูดำได้ลงมาเวียนว่ายตายเกิดอีกมากมาย แต่ยังไม่บรรลุธรรมเหมือนราหูขาว ราหูดำเหล่านั้นก็คือ บรรดาไท้ส่วยเอี๊ย (ผู้คุ้มครองดวงชะตามนุษย์) ซึ่งไท้ส่วยเอี๊ยมี 60 องค์ คือ ผู้คุ้มครองดวงชะตามนุษย์มี 60 องค์ ไท้ส่วยเอี๊ยทั้ง 60 องค์ จะคอยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่คุ้มครองดวงชะตามนุษย์ในแต่ละราศี
ตัวราหูขาว “ไฉซิ้งเอี้ย” จะทำหน้าที่เป็นเทพเจ้าของจีนที่ให้คุณทางด้านเงินทอง โชคลาภ (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) และความสำเร็จ ในขณะที่ ราหูดำ 60 องค์ จะทำหน้าที่คุ้มครองดวงชะตามนุษย์ ไม่ให้ต้องรับวิบากกรรมในปีชง(ปีที่ปะทะโดยตรงกับเทพเจ้า) ในปีชงนั้น...วิบากกรรมเก่าของคนๆนั้นในปีนั้น จะต้องรับวิบากกรรมเก่าอย่างรุนแรง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ราหูดำ (ไท้ส่วยเอี๊ยซึ่งมี 60 องค์) จะคอยคุ้มครองดวงชะตาผู้ที่นับถือบูชาท่าน ไท้ส่วยเอี้ยจะปัดเป่าเคราะห์ร้ายนั้นออกไปให้หมด หรือไม่ก็บรรเทาผลร้ายให้น้อยลง
พูดง่ายๆ พระราหูเทพอสุรินทร์เป็นเทพเจ้าผู้เป็นพยานแห่งการกระทำกรรมของมนุษย์ ท่านหาได้ทำร้ายใคร หรือทำให้เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น พระราหูดำต่างหากเป็นผู้ช่วยคนที่เคารพบูชาท่าน ให้พ้นผ่านเหตุการณ์ร้ายจากวิบากกรรมของเขา ไปได้ด้วยดี
สรุปเรื่องพระราหูใน 2 ตอนที่ผ่านมา
1. ไฉซิ้งเอี้ย หรือ “พระราหูขาว” ท่านเป็นพลังงานแห่งโชคลาภ และ ด้านการเงินทองของมนุษย์ ไฉซิ้งเอี้ยเป็น พระโพธิสัตว์อรหันต์ ตอนนี้ประจำอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต ไฉซิ้งเอี้ยจะมาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 หลังจากพระศรีอริยะเมตตรัยพุทธเจ้า นามว่า “พระนารทพุทธเจ้า”
2. ไท้ส่วยเอี๊ยที่เป็นพระราหูดำ ทำหน้าที่คุ้มครองดวงชะตาของมนุษย์ใน 12 ราศี หรือ 12 นักษัตร เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยมีถึง 60 องค์ พระราหูดำ(ไท้ส่วยเอี๊ย) 60 องค์ จิตยังไม่มหาบริสุทธิ์เหมือนราหูขาว(ไฉซิ้งเอี้ย) เพราะพวกท่านยังมีความโลภโกรธหลง และความยึดมั่นถือมั่นอยู่นั่นเอง
3. ส่วน ไฉซิ้งเอี้ย หรือ “พระราหูขาว” ที่เป็นจิตมหาบริสุทธิ์แล้ว มี 2 องค์ คือ ไฉซิ้งเอี้ยบู๊ และ ไฉซิ้งเอี้ยบุ๋น
4. มนุษย์ทุกคนเวียนว่ายตายเกิดทำบาป-บุญมาเป็นอนันต์ ปีที่บาปส่งผลตลอดปี จึงต้องมีไท้ส่วยเอี้ย 1 ใน 60 องค์ มาช่วย ตามระบบ 60 ปี ของปี 12 นักษัตร ซึ่งมีปีที่ไปปะทะหรือไปชงกับเทพเจ้าราหูดำ เรียกว่าละเมิดเทพเจ้าไท้ส่วย ดังนั้น เงินทอง โชคลาภ และชะตาชีวิตอื่นๆของเราในปีนั้น จะบัดซบ ตกต่ำอย่างยิ่ง จึงต้องอาศัยใบบุญหรือความเมตตาของไท้ส่วย(พระราหูดำ) มาคุ้มครองและสลายภัยร้ายในดวงชะตาชีวิตของเรา จึงจะสามารถดูดพลังบุญหรือพลังแห่งโชคลาภและความสำเร็จมาสู่ตนเองได้
ลัทธิเต๋าชี้ชัดว่า ไม่ว่าจะเป็นเทพหรือปีศาจ ล้วนสามารถบันดาลโชคและเคราะห์ หรือสิ่งดีสิ่งชั่ว หรือบันดาลเรื่องดำ/เรื่องขาวให้เราเหล่ามนุษย์ เพื่อหนีให้พ้นกรรม หรือหนีไม่พ้นกรรมนั้นไปได้ชั่วคราว
แล้วราหูขาวเกิดมายังไงคับ
ตอบลบ